Home บทความเกษตร “โคก หนอง นา โมเดล” ในแบบที่ผมเข้าใจ

“โคก หนอง นา โมเดล” ในแบบที่ผมเข้าใจ

โคก หนอง นา โมเดล | เกษตรกรป้ายแดง

25
0
โคก หนอง นา โมเดล_เกษตรกรป้ายแดง

ในอดีตประเทศไทยมีสภาพอากาศ 3 ฤดู ร้อน ฝน หนาว อย่างละ 4 เดือน แต่ว่าตอนนี้(ปี 2563 ไม่รวมช่วงพายุเข้ามานะ)  หน้าร้อนจะมีระยะเวลาที่นานมากที่สุด หน้าฝนก็มีประมาณ 1-1.5 เดือน และหน้าหนาวก็มีความหนาวแค่ 1-2 วัน ด้วยธรรมชาติที่มีการเปลี่ยนแปลงเพราะฝีมือของมนุษย์ทำให้ฝนไม่ตกลงมาสงผลให้พี่น้องชาวเกษตรกรที่จะหวังพึ่งพาฤดูกาลจากธรรมาชาติดูเหมือนว่าจะเป็นความหวังที่จะไม่มีวันที่จะเป็นจริงไปได้

               และแล้วก็มีความหวังที่ปลายอุโมงค์เมื่อช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาผมก็ได้ยินคำว่า “โคก หนอง นา โมเดล” คำ ๆ นี้เกิดขึ้นมาและเริ่มได้ยินคนพูดอย่างหนาหู ก็ไม่รู้ว่ามันจะดังเพราะเป็นกระแสหรือว่ามันดังเพราะว่ามันสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้จริง ๆ (เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์)

               แต่ว่าคำว่า “โคก หนอง นา” นั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ มันเป็นการต่อยอดจากความรู้เก่า+ความรู้เก่า โดยเริ่มมาจากพระราชดำริของในหลวงราชการที่ 9 ในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นเรื่องของการจัดการบริหารที่ดินทำกิน โดยมีการแบ่งที่ดินทำกินออกเป็นส่วน ๆ เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองแบ่งออกเป็น

1.ที่เก็บน้ำ 30% เพื่อใช้น้ำในการเพาะปลูกให้ได้ทั้งปี

2.ที่ปลูกข้าว 30% เพื่อให้พอกับการปริมาณการกินของครอบครัว

3.ปลูกต้นไม้ 30% ไม้ผล พืชและผักชนิดต่าง ๆ ที่เราชอบกิน

4.และอีก 10% ให้ทำเป็นที่อยู่อาศัย หรือ คอยสัตว์เลี้ยง

               แล้วก็เอาความรู้นั้นมาบวกกับภูมิปัญญาพื้นบ้านคือการนำแนวคิดมาปรับใช้ให้กับสภาพภูมิศาสตร์ และภูมิสังคม  วัฒนธรรม   และเรื่องของความเชื่อกับภูมิปัญญาแบบดั้งเดิม

               ถ้าจะอธิบายแนวคิดที่ผมเข้าใจ “เกษตรทฤษฎีใหม่” จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ คือน้ำ นา สวน บ้าน แต่ละอย่างถูกจัดอย่างเป็นสัด เป็นส่วน แล้วเราก็มาเติมการเชื่อมโยงเชื่อต่อกัน จากแหล่งน้ำอยู่เดี่ยว ๆ ก็มาเติมคลองไส้ไก่ เติมหลุมขนมครกเพื่อให้ระน้ำมันเชื่อมโยงให้ทั่วพื้นที่ เป็นการลดการใช้พลังงานในการดึงน้ำรดน้ำต้นไม้และเราก็จะมาปลูกต้นไม้ พืชผักสวนครัวตามตลิ่งของคลองไส้ไก่และการออกแบบของคลองไส้ไก่ก็ต้องทำให้มันคดเคี้ยวเพื่อเป็นการเรียนแบบธรรมาชาติ

ถ้าเป็นในที่ต่างระกับกันมาก็เติมการทำฝายกั้นน้ำเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นและเมื่อน้ำไหลมาถึงบ่อใหญ่เพื่อเก็บน้ำและก็จะมีบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “หลุมขนมครก” แล้วเราก็มาขุดพื้นที่เพื่อทำงานหรือถ้ามีพื้นที่ทำนาอยู่แล้วก็จะขยายคันนาให้สูงอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อใช้เก็บน้ำช่วงที่น้ำหลากแล้วทำคันนาให้กว้าง ๆ เพื่อที่จะปลูกต้นไม้บนคันนาเมื่อทำอย่างนี้แล้ว เราก็จะได้ต้นไม้ ได้ปุ๋ยจากใบไม้ที่หล่นใส่ในนา

               ตั้งแต่ต้นคือหลักการคิด คราวนี้เราลองตั้งคำถามกันก่อนว่าทำแบบนั้นแล้วเราจะได้อะไรบ้าง เสียอะไรบ้าง ก่อนที่เราจะเชื่อมันไปอย่างไม่ลืมหูไม่ลืมตา ก่อนที่เขาจะทำความเข้าใจเรามาดูเหตุและผลของมัน  แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่และโคก หนอง นา เป็นแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง(ขั้นพื้นฐาน)” คือ พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น นี้คือหัวใจของการพึ่งพาตนเอง

               คราวนี้ลองลับตาแล้วคิดตามกันนะครับ  ถ้าเราทำแต่นาปลูกข้าวทั้งปี 3 ครั้ง มันคือการปลูกพืชเชิงเดี่ยว มันมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างเช่น ค่าเช่านา (แถวบ้านเก็บคราวละ 1,000 บาท/ไร่) ค่าปุ๋ย ค่าน้ำมันทั้งดึงน้ำเข้าและดึงน้ำออกจากนา ค่ายาฉีดฆ่าหญ้าและแมลง ค่าแรงฉีดยา ค่าจ้างตัดข้าวดีด และอื่น ๆ อีกหลายอย่างมากมายสุดท้ายแล้ว ลองคิดดูว่าเราจะมีเงินเข้ากระเป๋าจำนวนเท่าไร แล้วหนี้สินต่อปีที่กูยืมมามันลดลงหรือไม่ หรือมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ลองคิดดู

               แล้วลองมาคิดอีกด้าน มีพื้นที่ขนาดเล็ก 1-2 ไร่ ลองเอาแนวคิด “โคก หนอง นา” มาเป็นที่ตั้ง เริ่มแรกจากการขุดดินมาสร้างโคกเอาไว้ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก สร้างที่พักหรือว่าโรงเรีอนเลี้ยงสัตว์การขุดบ่อมีทั้งขนาดใหญ่เพื่อเก็บน้ำเป็นหลักคำนวณให้พอใช้ในการเพาะปลูกได้ทั้งปี แล้วบอกขนาดเล็กเพื่อทำบ่อพักน้ำหรือเรียกว่า “หลุมขนมครก” และต่อมาก็ขุดทางเชื่อต่อน้ำทั้งพื้นที่เข้าหากันเรียกว่าการขุด “คลองไส้ไก่” แล้วเราก็ต้นไม้ตามตลิ่ง ปลูกพืช ผักให้หลากหลายจะได้เก็บกินได้ตลอดทั้งปีถ้าก็ไม่หมดก็เอาไปขาย  ส่วนที่ทำนาก็ทำแค่เพียงพอกับจำนวนข้าวที่ครอบครัวเราจะกินข้าวได้ทั้งปี หรือจะแบ่งการทำนาเป็น 2 รอบก็ได้(แนะนำ ของทำนาสูตรน้ำน้อยขิง ดร.เกริก)

               ตอนทำนามีการสูบน้ำเข้าแล้วก็สูบน้ำออกทั้งกันไป แต่ถ้าเรามีการขุดคลองไส้ไก่ก็มีแต่น้ำเข้านะครับไม่มีน้ำออกทิ้งไปไหนเลย น้ำที่เราใช้รดพืชผักตามตลิ่งเดี๋ยวมันก็ไหลลงคลองไส้ไก่ตามเดิม ทำอย่างนี้แล้วคิดว่าเราจะมีน้ำใช้ไปตลอดไปไหมครับ

               สรุป หากมีข้อสงสัยในเรื่องของ “โคก หนอง นา” ก็หาข้อมูลได้อีกเยอะแยะใน Google หรือถ้าอยากจะมีเพื่อนคุยก็ทักมาคุยกันได้ใน Facebook/เกษตรกรป้ายแดง นะครับผมยินดีพูดคุยได้เสมอ แต่อาจจะตอบช้าไปบ้างก็อย่าว่ากัน

              สุดท้ายนี้ฝากติดตามผลงานของเกษตรกรป้ายแดงได้ทาง Youtube, FaceBook, และเว็บไซต์ Kasettakornredtag.com(เกษตรกรป้ายแดง.com) แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here